รีเซต

ผลการค้นหา “BAD ROMANCE” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
มะเดี่ยว ณธายุ ปลื้ม!!! กระแสคนด่า ชีนุ๊ก ใน bad romance theseries
อ่าน

มะเดี่ยว ณธายุ ปลื้ม!!! กระแสคนด่า ชีนุ๊ก ใน bad romance theseries

หน้าขาวกว่า “เทพพิทักษ์” ก็มีแต่ “ชีนุ๊ก” นี่แหละ ช่วงนี้กำลังมาแรงแซงทางโค้งในความหน้าขาวคอดำแถมยังมีหนวดเคราอีกต่างหาก สำหรับดาราหนุ่มหน้าใส มะเดี่ยว-ณธายุ ไชยเทพ ในบทบาทของ “ชีนุ๊ก” ในซีรี่ส์เรื่อง bad romance theseries ตอน ตกหลุมหัวใจยัยปีศาจ กับคาแร็กเตอร์ตลกโป๊ะฮามึนๆ งงๆ งานนี้มะเดี่ยวเล่าถึงฟีดแบ็กให้ฟังว่า “ผมรู้สึกประทับใจที่ได้เล่น ซีรี่สเรื่องนี้มากครับ มันเป็นคาเเร็กเตอร์ที่แปลกใหม่มาก ชีนุ๊ก จะแปลว่า เฮลิคอปเตอร์ 2 ใบพัด สมัยก่อนอยู่ต่างจังหวัดชื่อ นุ๊ก แต่พอย้ายมาอยู่กรุเทพฯ ก็อยากเป็นคนเก๋ๆ เลยเปลี่ยนชื่อเป็น “ชีนุ๊ก” นางเป็นเน็ตไอดอล เป็นคนไม่รู้เรื่องอะไร ใสๆ บอบบาง ไม่ทันโลก แต่แอบร้ายลึกๆ ซึ่งจะฉีกแหวกแนวกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และดีใจที่ทุกคนชอบและอินไปกับมัน บางคนด่า บางชอบในความตลกชองชีนุ๊ก บางคนอยากจะฆ่าผมให้ตาย เกลียดผมไปเลยก็มี แต่ถือว่าผมประสบความสำเร็จมากนะครับ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามผมนะครับ” ส่วนใครที่อยากจะติดตามผลงานของหนุ่มมะเดี่ยวแล้วล่ะก็ไปตามไอจี natayu_chaithep ได้เลยจ้า!!!

โกหก…ทั้งเพ
ดู

โกหก…ทั้งเพ

เจอกลเกลอ วิวาห์อลเวง
ดู

เจอกลเกลอ วิวาห์อลเวง

นางนาค สะใภ้พระโขนง
ดู

นางนาค สะใภ้พระโขนง

ชิงรักสลักใจ Stolen Love
ดู

ชิงรักสลักใจ Stolen Love

นางทาสหัวทอง
ดู

นางทาสหัวทอง

ราคี
ดู

ราคี

His - I Didn't Think I Would Fall in Love
ดู

His - I Didn't Think I Would Fall in Love

จูบสังหาร
ดู

จูบสังหาร

[US Box Office] "Insidious: Out of the Further" วิญญาณกลับมาหลอน แต่ยังต้องพ่ายให้แมงมุมต่อไป
อ่าน

[US Box Office] "Insidious: Out of the Further" วิญญาณกลับมาหลอน แต่ยังต้องพ่ายให้แมงมุมต่อไป

Box Office Spider-Man: Brand New Day บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา รายงานอันดับหนังทำเงินประจำสุดสัปดาห์วันที่ 21-23 สิงหาคม 2026 -เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของโปรแกรมหนังซัมเมอร์ประจำปีนี้ ถือว่าเป็นวีคนี้หนาแน่นไปด้วยทัพหนังเข้าใหม่มาเสริมความหลากหลาย แต่ถึงแม้ว่าจะมาเยอะแค่ไหน ดูเหมือนว่าแชมป์หนังที่หัวตารางก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องอื่น พ่นใยเรืองรองแชมป์่ต่อไป พร้อมกับรายล้อมไปด้วยหนังใหม่ ๆ ที่พยายามแทรกเข้ามาเอาซีน ที่สำหรับในช่วงปลายฤดูร้อนแบบนี้ ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นแค่เพียงหนังไม้ประดับที่ไม่ได้เน้นความหวือหวาในกระแสและการโกยรายได้สักเท่าไหร่ นั่นจึงยังทำให้ "Spider-Man: Brand New Day" ยังคงเรืองรองแชมป์ต่อไปเป็นสัปดาห์ที่ 4 ต่อเนื่องแล้ว ล่าสุดเก็บไปเพิ่มอีก 39 ล้านเหรียญ แม้ว่าจะมีแบ่งรอบฉายและโรงฉายไปให้กับหนังเรื่องอื่นบ้างแล้ว แต่วีคนี้รายได้เฉลี่ยต่อโรงหนังก็ยังเฉียด ๆ หลักหมื่นอยู่เลย กับตัวเลขเปลี่ยนแปลงต่อสัปดาห์ลดลงไปที่ -45% เท่านั้น ทำให้ตัวเลขล่าสุดในอเมริกาขยับไปแตะที่ 855 ล้านเหรียญ ยังมีลุ้นกับโอกาสความเป็นไปได้ที่จะปิดโปรแกรมระดับพันล้านได้อยู่ ขณะที่สถานการณ์ทั่วโลกก็ทะยานรายได้ไปได้กว่า 2.22 พันล้านเหรียญ ยังรั้งอยู่ในอันดับที่ 4 ของหนังทำเงินสูงสุดของโลก และคาดว่าวีคหน้าอาจจะมีการขยับขึ้นไปเป็นที่ 3 นักวิเคราะห์มองว่า Spider-Man: Brand New Day น่าจะมีโอกาสยึดตำแหน่งแชมป์ไปได้อีก จนถึงสัปดาห์ที่ 2 เดือนกันยายน เพราะหลังจากนี้แทบไม่มีหนังคู่แข่งที่น่ากลัวเข้าฉายเลย จนกว่าจะเป็นคิวการมาของ Practical Magic 2 และ Resident Evil ตามลำดับ ส่วนเรื่องที่เปิดตัวได้ดีที่สุดในสัปดาห์นี้ก็คือการกลับมาตำนานวิญญาณตามติด "Insidious: Out of the Further" กลับมาสานต่อภาคที่ 6 ของหนังชุดนี้ ออกสตาร์ทกับตัวเลข 3 วันแรกที่ 25.3 ล้านเหรียญ จาก 3,303 โรงฉายทั่วอเมริกา คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงราว ๆ 7,600 เหรียญ ก็ถือว่ายังเป็นเฟรนไชส์หนังที่ยังรักษามาตรฐานตัวเองเอาไว้ได้ดี แม้ว่าจะเป็นตัวเลขเปิดตัวที่น้อยกว่า 33 ล้านเหรียญ ที่ Insidious: The Red Door ภาคที่แล้วทำเอาไว้ในปี 2023 ก็ตาม สำหรับหนังภาคนี้ถือว่าได้การต้อนรับจากนักวิจารณ์ที่ดีกว่าหลาย ๆ ภาคที่ผ่านมา เห็นได้คะแนนรีวิวเฉลี่ยได้มา 58% ถือว่าค่อนข้างสูงกว่ามาตรฐานด้วยซ้ำ พร้อมกับเปิดตัวนอกกระแสได้ด้วยตัวเลขอีก 35 ล้าน กลายเป็นหนังสตาร์ททั่วโลกได้สวย ๆ ระดับ 60 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างแค่เพียง 18 ล้านเท่านั้นเอง ยังคงตอกย้ำได้ชัดเจนว่า แฟน ๆ หนังชุดวิญญาณตามติดยังคงพึงพอใจกับตัวหนังอยู่ และหนังก็ยังคงรักษาการเป็นหนังลงทุนน้อย ๆ แต่กอบโกยได้เยอะ ๆ อยู่ต่อไป ย่างเข้าสู่วีคที่ 6 แล้ว "The Odyssey" ก็ยังไม่ยอมลงไปจาก Top 3 ง่าย ๆ วีคนี้เก็บไปอีก 19.5 ล้านเหรียญ ลดลงไปจากวีคก่อนแค่ -17% เท่านั้น ยังคงพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าหนังมหากาพย์ของคริสโตเฟอร์ โนแลนเรื่องนี้ ซื้อใจคนดูได้ในระยะยาว กับจุดแข็งที่หนังยังสามารถรักษารอบฉายในโรง IMAX ได้ไปจนถึงเดือนกันยายนนี้ ทำให้ล่าสุดรายได้ในอเมริกามุ่งไปแตะ 540 ล้านเหรียญ กับการสะสมตัวเลขทั่วโลกที่ทำได้แล้วกว่า 1.44 พันล้านเหรียญ ปีนี้..ไม่ใช่ปีที่ดีของ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส จริง ๆ เพราะ "The End of Oak Street" ร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 5 ในวีคนี้ กับรายได้ที่ลดลงฮวบถึง -57% เก็บไปได้อีกแค่ 9 ล้านเหรียญ ที่ต้องมาแข่งชิงอันดับกับ "PAW Patrol: The Dino Movie" ซึ่งตอนนี้รั้งในอันดับที่ 4 กับรายได้ 9.1 ล้านเหรียญ เฉือนแซงกันแค่หลักแสน หนังทั้งสองเรื่องนี้เพิ่งเข้าฉายไปสัปดาห์ก่อน แต่ก็มีสถานการณ์ที่ไม่ค่อยจะสู้ไหวมากนัก โดยหนังไดโนสาร์ทะลุมิติทั้งคู่นี้ ทำยอดรวม 10 วันแรกไปได้ 38 ล้านเหรียญ กับ 35 ล้านเหรียญ ตามลำดับ ที่บอกเลยว่า...ไม่สู้ดีเลยจริง ๆ เฮียเจสันกลับมาบู๊ประจำช่วงเวลาอีกครั้ง กับหนังใหม่ของเขา "Mutiny" ที่ออกสตาร์ทเปิดตัวได้แบบซอฟต์ ๆ กับรายได้ 7.5 ล้านเหรียญ จาก 2,703 โรงฉาย ถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ และยังคงตอกย้ำสถานการณ์ความตกต่ำของหนังบู๊ได้อยู่ต่อไป โดยลีลาบู๊ของเฮียเจสันเรื่องนี้ได้คะแนนรีวิวเฉลี่ยในระดับกลาง ๆ ที่ 50% แต่ที่น่าวิตกก็คือหนังใช้ทุนสร้างค่อนข้างพอสมควรในระดับ 40 ล้านเหรีบญ แต่การเปิดตัวได้เพียงเท่านี้...ค่อนข้างจะเหนื่อยไม่เบาแน่ หนังดรามากระแสดีจากชีวิตในครัว "Tony" ได้ฤกษ์ฉายแบบวงกว้างอย่างเป็นทางการ ทำให้วีคนี้ขยับเข้ามาถึง Top 10 กับรายได้ 5 ล้านเหรียญ จากการฉาย 1,642 โรงฉายทั่วอเมริกา นี่คือหนังขวัญใจนักวิจารณ์ กวาดคะแนนได้สูงถึ 95% และกลายเป็นกระแสปากต่อปากที่ผู้ชมแห่แหนกันไปดู หลังได้ฤกษ์เพิ่มโรงฉายให้ทั่วประเทศ ขณะที่หนังเจาะกลุ่มสาว(ใหญ่) "Spa Weekend" ออกสตาร์ทไปเบาะ ๆ ที่ 3.1 ล้านเหรียญ จาก 2,009 ถือว่าเปิดตัวได้ไม่ค่อยมีอนาคตที่ดีสักเท่าไหร่ หวังจะมาเจาะกลุ่มผู้หญิงแต่เสียงรีวิวค่อนข้างสยอง "The Fast and the Furious" นำกลับมาฉายใหม่ฉลองครบ 25 ปี ก็ทำเงินติด Top 10 อยู่นะ กับรายได้ 3.1 ล้านเหรียญ นี่คือหนังคลาสสิกที่เป็นต้นกำเนิดของหนังแข่งรถซิ่งที่ท้าทายทุกกฎฟิสิกส์ ที่ล่าสุดกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการสร้างภาคจบในภาคที่ 11 ถัดมาอีกเรื่องที่เปิดตัวใหม่ก็คือ "The Magic Faraway Tree" หนังครอบครัวแฟนตาซีที่มี แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ แสดงนำ เปิดตัวไปแค่เบา ๆ เพียง 1.3 ล้านเหรียญ จาก 1,611 โรงฉาย ไม่ค่อยมีกระแสมากนัก แม้ว่าเสียงรีวิวจะค่อนข้างน่าพอใจ ได้คะแนนสูงถึง 79% เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมี "Hot Spot" หนังไซไฟที่โดนรีวิวสับเละ เปิดตัวได้เหงา ๆ แค่ 250,000 เหรียญ จาก 268 โรงฉายทั่วอเมริกา เป็นอีกเรื่องที่ไม่น่าจะยืนโรงฉายได้ยืนยาว และ "It Ends" หนังระทึกขวัญวัยรุ่นกระแสดี ที่โกยรีวิวได้สูง 94% เปิดตัวฉายแบบวงจำกัดแค่ 5 โรงฉาย ด้วยรายได้ 60,512 เหรียญ คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงราว ๆ 12,000 เหรียญ ถือว่าค่อนข้างใช้ได้ โดยคาดว่าหนังจะมีการขยายวงกว้างเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ต่อไป สัปดาห์ถัดไปจะเป็นการส่งท้ายซัมเมอร์อย่างเป็นทางการ ที่มาพร้อมกับกองทัพหนังใหม่อีกกระบุง นำมาด้วยหนังบล็อกบัสเตอร์เรื่องล่าสุดของ ริดลีย์ สก็อต ใน "The Dog Stars" ร่วมด้วยหนังแอนิเมชันผสมไลฟ์แอคชันที่เกือบจะตายเพราะถูกอดีตค่ายหนังเดิมเขวี้ยงทิ้ง "Coyote vs. Acme" ต่อด้วยหนังเขย่าขวัญหรรษา "Buddy" หนังโรแมนซ์วัยใสฟอร์มเล็ก ๆ จากฝั่งอังกฤษ "Finding Emily" พร้อมทั้งหนังแอคชันพันธุ์ระห่ำวัยรุ่นชายแท้ "Idiots" และยังเป็นการพรีเมียร์ในอเมริกาอย่างเป็นทางการของ "Colony" หนังซอมบี้พันธุ์ใหม่จากเกาหลี Source: TheNumbers อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : [US Box Office] ส่งไดโนเสาร์มาฟาดแมงมุม ก็ยังไม่อาจโค่น "Spider-Man: Brand New Day" ลงจากบัลลังก์ได้ [US Box Office] พ่นใยสตรองต่อเนื่อง "Spider-Man: Brand New Day" เดินหน้าโกยสถิติใหม่ [US Box Office] สร้างปรากฏการณ์มหึมา Spider-Man: Brand New Day ปังไม่เกรงใจใคร [US Box Office] มหากาพย์ยังสตรองอยู่ "The Odyssey" ลอยลำโกยทรัพย์ปังต่อเนื่องในวีคที่ 2 [US Box Office] มหากาพย์สมราคาคุย "The Odyssey" ครองบัลลังก์ โกยรายได้ระดับอู้ฟู่! ------------------------------------ ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

รีวิวหนัง “One Night Only คืนเดียวเสียวรัก” รอมคอมต้องไม่ตาย ไว้ใจผู้กำกับคนนี้ได้ เพราะคืนนี้..เสวจริง
อ่าน

รีวิวหนัง “One Night Only คืนเดียวเสียวรัก” รอมคอมต้องไม่ตาย ไว้ใจผู้กำกับคนนี้ได้ เพราะคืนนี้..เสวจริง

ก็ได้แต่ถอนหายใจ..เห้ออออ! เพราะได้เห็นผลลัพธ์ตัวเลขบนบ็อกซ์ออฟฟิศของหนังโรแมนติกคอเมดี้เรื่องนี้ ที่กำลังเผชิญหน้ากับความอดสูไร้สิ้นหนทางในการมีพื้นที่ยืนตามโรงหนังยุคนี้จริง เพราะกลายเป็นหนังรักอีกเรื่องที่ต้องล้มลุกคลุกคลานเผชิญหน้ากับการเป็นคอนเทนต์ที่คนดูน้อย แต่เนื้อแท้จริง ๆ อรรถรสมันค่อนข้างเพลินไม่เบา สำหรับ One Night Only คืนเดียวเสียวรัก หนังรักกระตุ้นต่อมเสว..ประจำซัมเมอร์นี้ ที่มาเพื่อกระแทกกระทั้นบดขยี้ห้วงความสัมพันธ์ได้อย่างบันเทิงทีเดียว แอลลี่ กับ โอเว่น สองคนแปลกหน้าที่บังเอิญเจอกันในมหานครนิวยอร์ก คนหนึ่งเพิ่งจะโดนแฟนทิ้ง ส่วนอีกคนหวังจะได้พบกับรักแท้ พวกเขาอาจเป็นเพียงแค่สองคนโสดในเมืองใหญ่ที่กำลังเสาะหาความรักมากกว่าแค่การพบปะและมีความสัมพันธ์กันชั่วคราว การพบกันของพวกเขาได้จุดไฟสปาร์กส์ขึ้นอย่างร้อนเร่า แต่ความผิดพลาดและผิดคิวต่าง ๆ กำลังทำให้ค่ำคืนของพวกเขาเริ่มซับซ้อน..และเสียวขึ้นในความสัมพันธ์ครั้งนี้ นี่คือหนังที่อาจจะฉาบหน้าให้รู้สึกว่าเป็นหนังรักของหนุ่มสาวดอดจีบกันชิว ๆ แต่ต้องบอกเลยว่าหนังสามารถสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยพล็อตเรื่องชวนแปลกใจตั้งแต่นาทีแรกที่เริ่มฉาย เพราะถือว่ากล้าบ้าบิ่นและหักดิบจากโทนเดิม ๆ ของกลุ่มหนังรักทั่วไป ด้วยการหยอดใส่โครงสร้างเรื่องในทิศทางค่อนข้างสุดโต่งแบบนี้ ทำให้หนังมีกลิ่นอายเหมือนกับหนังสไตล์เคอร์ฟิวในโหมดโรแมนซ์ ที่ตกผลึกออกมาเป็นจังหวะรอมคอมที่แสนจะเข้าคู่เข้าขากันเป็นอย่างดี ออกมาเป็นคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ได้ดีตลอดทั้งเรื่อง One Night Only เป็นฝีมือการรังสรรค์บทหนังของ ทราวิส บราอัน​ มือเขียนบทหนังดาวรุ่งดาวเด่นในเวลานี้ของวงการ บทหนังชิ้นนี้ของเขาได้ขึ้นแท่นติดแบล็กลิสต์ เป็นบทหนังที่ควรค่าแก่การสร้างเป็นหนัง ก่อนที่สตูดิโอใหญ่จะช้อปบทนำไปสร้าง กลายออกมาเป็นผลงานหนังเรื่องแรกของเขา ที่ต้องยอมรับเลยว่าเป็นบทหนังที่ชาญฉลาดอยู่บนมาตรฐานของหนังโรแมนติกคอเมดี้ที่จัดได้ว่ายังกลมกล่อมกำลังดี ด้วยประเด็นหลักที่อาจจะแหวกแนวนิด ๆ แต่ใส่จังหวะรอมคอมเข้าไปได้อย่างลงล็อกลงจังหวะ แม้ว่าจะยังมีหลายมุมที่เฉิ่ม ๆ เชย ๆ และจำเจอยู่บ้าง แต่ล้วนเป็นสมการที่พึ่งมีให้หนังรักทั้งสิ้น และเมื่อตัวหนังเรื่องนี้มาอยู่ภายใต้การดูแลกำกับงานสร้างของ วิค กลัค ก็ยิ่งเติมเต็มอรรถรสเพิ่มพูนขึ้นได้เป็นเท่าตัว เพราะเขาได้ชื่อว่าเป็นตัวพ่อนักสร้างหนังรอมคอมแห่งศักราชนี้ หลังจากที่เพิ่งจะทำ Anyone But You ออกมาปังไปทั่วโลกเมื่อไม่กี่ปีก่อน ครั้งนี้เขาก็ยังใส่ไม่ยั้งกับการละเลงสร้างบทรักในเมืองใหญ่อีกความสัมพันธ์ที่ชวนติดตาม โชว์ศักยภาพฝีมือการทำหนังรักได้อย่างคล่องมือ และการคุมงานหนังเรื่องนี้ของเขาก็จัดได้ว่าคงเส้นคงวา ลงตัวไปทุกอณูจริง ๆ ด้วยความเฉียบคมในการดีไซน์สไตล์หนังรักให้ออกมายังมีเสน่ห์ตัวเองอย่างเปล่งประกาย One Night Only จากชื่อก็คงจะรู้ว่าเนื้อหาหลัก ๆ น่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน หนังจึงเต็มไปด้วยการสอดแทรกสีสันของนิวยอร์ก เมืองที่ไม่เคยหลับใหล ที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบงานสร้างที่ใช้ลูกเล่นของแสงและสีจากเมืองมาสร้างเป็นเสน่ห์พื้นที่ในการสร้างโมเมนต์อบอวลแห่งความสัมพันธ์ที่ไล่เรียงแนบแน่นยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ งานถ่ายภาพของ ยารอน ออร์แบช จัดได้ว่าลงตัวกับโทนหนัง ผนวกเข้ากับท่วงท่าการตัดต่อฉึบฉับของ เทีย โนแลน ที่ค่อย ๆ บิ้วต์อารมณ์รักจากคนดูได้อย่างมีขั้นมีตอน เติมแต่งด้วยงานประพันธ์ของ เอสเต้ ไฮม์ กับ คริสโตเฟอร์ สตราซีย์ ที่มิกซ์ซาวน์เฮ้าส์ป๊อบออกมาเป็นกิมมิกสะท้อนจังหวะหนังรอมคอมยุคใหม่ในเมืองใหญ่ได้อย่างกลมกล่อม เหมาะเจาะกับเนื้อหาของหนัง และเร้าจังหวะอารมณ์ที่สื่อสารระหว่างตัวละครกับคนดูได้อย่างเข้ากันได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่พึ่งพาในหมวดหนังรักสไตล์นี้ ยิ่งเติมเต็มห้วงอารมณ์แนบแน่นแห่งความสัมพันธ์ในหนังให้กระชับและเอ็นจอยยิ่งขึ้น ที่พรรณามาทั้งหมดก็เดี๋ยวจะหาว่าอวยเกินเบอร์ แต่ต้องยอมรับจริง ๆ ว่า One Night Only เป็นหนังที่ค่อนข้างรู้จักสไตล์และลีลาของตัวเองดี แม้ว่าอาจจะไม่ใช่หนังรักที่เข้าขั้นสมบูรณ์แบบอะไรขนาดนั้น ก็ต้องยอมรับว่าหนังยังมีโครงสร้างเรื่องไม่สมเหตุสมผลในบางจุด ไร้ชั้นเชิงในการนำเสนอบางมุมมองและบางประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน เพราะเลือกแต่โฟกัสแค่เพียงการโยงใยระหว่างคู๋พระนางเท่านั้น แต่เชื่อเหลือเกินว่า...ถ้าลองสัมผัสดูหนังเรื่องนี้แบบถอดสมองและปล่อยใจ นี่น่าจะเป็นหนังรักที่ตอบโจทย์ได้น่าพอใจในระดับนึงเลย แล้วก็ต้องรับเลยว่า อีกความดีงามของหนังเรื่องนี้ก็คือเคมีระดับดีจึ้งของคู่พระนาง กลายเป็นว่าการโคจรมาเจอกันครั้งแรกระหว่าง โมนิก้า บาร์บาโร กับ คาลัม เทอร์เนอร์ ได้อุบัติสร้างเคมีความเสียว..ลึกชึ้งระหว่างพวกเขา โดยที่ไม่ได้มีภาพฉากหวาบหวิวใด ๆ เลยสักนิด โมนิก้ากลายเป็นนางเอกหนังรักที่เปล่งปลั่งไปด้วยสเน่ห์อย่างน่าประทับใจ พล็อตหนังสไตล์นี้โดนเส้นกับจังหวะการแสดงของเธอเข้าอย่างจัง ในขณะที่คาลัมก็น่าเป็นอีกหนึ่งพระเอกหนังรักที่บริหารเสน่ห์ได้อย่างชวนประทับใจ เขาอาจจะไม่ใช่คนหล่อระดับเทพบุตร แต่ท่วงท่าและความกำยำของเขาก็ช่วยส่งเสริมในบทบาทนี้ให้ระเบิดเป็นพลังที่เปล่งประกายชวนเคลิ้มออกมาแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อพวกเขาทั้งคู่มาประกบคู่สร้างเคมีกันและกันในเรื่องนี้ ถือว่าเป็นสมการที่ค่อนข้างลงตัวด้วยดี เพราะคู่นี้รับส่งและผลัดเปลี่ยนมือกันทำหน้าที่นำทางหนังไปในทิศทางที่เหมาะเจาะควรจะไป โดยสรุปแล้ว One Night Only อาจจะเป็นเพียงหนังโรแมนติกคอเมดี้ที่ดำเนินไปตามสูตรสำเร็จขั้นพื้นฐานทั่ว ๆ ไป ไม่ได้มีความแปลกใหม่สักเท่าไหร่ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพล็อตเรื่องค่อนข้างทำให้เซอร์ไพรส์เบา ๆ กับการเลือกไปทิศทางนี้ และการที่หนังได้เคมีคู่พระนางที่เปิดตัวมาได้เหมาะเจาะตัวด้วยกันเป็นอย่างดี และยังต้องขอบคุณฝีมือการกำกับหนังรักที่ยังเฉียบขาดของผู้กำกับ ที่นำทางหนังรักที่อาจจะเฉิ่ม ๆ ไปบ้างอย่างเรื่องนี้ สู่การตอบโจทย์ให้กับหนังรักเรื่องนี้ได้อย่างน่าพอใจ ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง One Night Only คืนเดียวเสียวรัก ประเภท: ตลก / โรแมนติก ผู้กำกับ: วิค กลัค นำแสดงโดย: โมนิก้า บาร์บาโร, คาลัม เทอร์เนอร์ ความยาว: 102 นาที กำหนดฉายในไทย: 20 สิงหาคม 2026 Movie.TrueID METRIC: One Night Only คืนเดียวเสียวรัก ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.7/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.1/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.0/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.0/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.6/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.1/10) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

รีวิวหนัง “The Runner” คาร์ดิโอแบบวิ่งระยะ 85 นาที ด้วยความจอยในเลเวล..ฮัลโหล
อ่าน

รีวิวหนัง “The Runner” คาร์ดิโอแบบวิ่งระยะ 85 นาที ด้วยความจอยในเลเวล..ฮัลโหล

ถ้าคุณไม่ได้โปรดปรานหรือเป็นสายรักการวิ่ง นี่อาจจะไม่ใช่คอนเทนต์ที่เหมาะกับคุณเท่าไหร่ เพราะใน The Runner เป็นหนังระทึกขวัญที่มีแต่วิ่ง..วิ่ง..และวิ่ง วิ่งไม่หยุดตั้งแต่นาทีแรกยันนาทีสุดท้าย ที่มาพร้อมกับพล็อตความระทึกเร้าใจแบบสับ วิ่งเท้าสับ ๆ พร้อมกับลมหายใจถี่ ๆ ใส่หูไม่หยุด ตลอดระยะเวลา 85 นาทีของหนังเรื่องนี้ เพียงแต่ว่า...ความสมเหตุสมผลของหนังเรื่องนี้แทบจะหาไม่ได้เลย ไมอา ทนายความสาวดาวเด่นประจำกรุงลอนดอน ที่ชีวิตหน้าที่การงานของเธอกำลังรุ่งโรจน์อย่างเจิดจรัส แต่ตอนนี้เธอต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ตึงเครียด หลังพบว่าลูกชายของเธอถูกลักพาตัวหายไป เธอได้ถูกบีบบังคับให้ทำตามคำสั่งจากโทรศัพท์ที่เสียงจากปลายสายเป็นบุรุษลึกลับ พร้อมกับต้องแข่งกับเวลาที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและการข่มขู่เพื่อเปิดโปงความลับที่เธอต้องรักษาเอาไว้ ด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่..เธอจึงต้องออกวิ่งอย่างเต็มกำลังเพื่อหาทางช่วยเหลือและปกป้องลูกจากอันตรายครั้งนี้ ก็เป็นอีกครั้งที่ กัล กาด็อต ยังคงมอบพลังความเป็นดารานำของเธอออกมาอย่างเปล่งปลั่ง กับการแบกรับหนังทั้งเรื่องนี้เอาไว้ด้วยจังหวะการวิ่งซอยเท้าถี่ ๆ แบบไม่ได้รักษาระดับเพซแม้แต่น้อย แต่ลีลาการแสดงของเธอก็ยังคงเส้นคงวาตามมาตรฐานแอคติ้งของเธออีกเหมือนเคย ออกมาในรูปแบบที่แข็งทื่อ ไร้มิติอารมณ์ และถึงแม้ว่าจะพยายามอย่างยิ่งยวดในการเข้าถึงบทบาทตามบทหนังที่ส่งมาให้เธอ แต่เลเวลการแสดงของเธอยังไม่สามารถแทรกซึมเข้าถึงอินเนอร์และเปล่งประกายออกมาให้หนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ The Runner กลายเป็นแค่เพียงหนังวิ่งสับ ๆ กับการโปรยเสน่ห์ของดารานำที่ไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกับทักษะการแสดงของเธอ เมื่อมาผสมผสานเข้ากับพล็อตเรื่องนี้ไร้รสนิยมชะมัดแบบในเรื่องนี้เข้าด้วยแล้ว ก็เผลอขยี้ตาและคิดตามไปตลอดว่า นี่เรากำลังไมไ่ด้นั่งดูหนังเมื่อ 20 ปีที่แล้วอยู่ใช่ไหม? เพราะสูตรสำเร็จสุดจำเจแบบเดิม ๆ ที่หยิบมาใช้ กลายเป็นเสน่ห์ที่ขับไม่ออก จุติขึ้นไม่ได้เลยสักนิด ก็มีแค่วิ่งกับวิ่งและวิ่ง ยำเอาบทหนังยุค 2000s ที่เคยฮิตมาแล้ว อย่าง Photobooth หรือ Cellular มาประยุกต์ใหม่ในปี 2026 งานเขียนบทหนังของ มาร์ค กิ๊บสัน ที่หายไปจากการเขียนบทเกือบ 20 ปี สัมผัสได้เลยว่าเขายังคงติดอยู่ในวงการของโลกช่วงยุค 2000s อยู่เลย เพราะนี่คือบทที่เต็มไปด้วยประเด็นความระทึกที่เชยแสนเชย หาความสมเหตุสมผลมาประกอบในเนื้อหาแทบไม่ได้เลยสักนิด ทุกอย่างดูเกินความเป็นจริงไปมาก ไม่ต่างการหยิบเอา Wonder Woman มาออกโรงวิ่งสับ ๆ ในลอนดอนในยุคปัจจุบันกับเส้นเรื่องแค่หยิบมือเดียว และมอบอรรถรสได้ตามสูตรสำเร็จเก่า ๆ ที่หนังเชื้อเชิญมา แต่อย่างน้อย ๆ ฝีมือการกำกับหนังของ เควิน แม็คโดนัลด์ ก็ยังพอถูไถได้อยู่ เขาสามารถรับมือกับแนวทางความระทึกแบบจืด ๆ ด้วยการรังสรรค์สร้างสถานการณ์และมุมภาพมุมกล้องที่ช่วยบิวต์ความตื่นเต้นได้อยู่บ้าง แม้ว่าทุกฉากของหนังเรื่องนี้จะไร้ซึ่งเหตุผลซึ่งดี แต่ใด ๆ ก็ยังมีจังหวะงานสร้างที่แอบติดความเชยมาเล็กน้อย กับเทคนิคเบลอ ๆ รัว ๆ เร็ว ๆ ที่ไม่ได้ช่วยส่งเสริมให้หนังดูดีขึ้นสักเท่าไหร่ ขณะที่จังหวะการตัดต่อของหนังอาจจะเร่งเร้าไปตามทิศทางวิ่ง แต่กลับไม่ได้มีอะไรซับซ้อนหวือหวาเลย ดังนั้นโดยสรุปแล้ว The Runner อาจจะเพียงพอสำหรับการเป็นแค่หนังที่เหมาะกับการเปิดดูฆ่าเวลา ถ้าหากว่าคุณมีเวลาว่างหรือหาอะไรดูไม่ได้แล้ว เรื่องนี้ก็พอจะช่วยแก้เหงาให้กับคุณได้แบบที่ไม่ได้ต้องตั้งใจดูก็ได้ เพราะต้องยอมรับว่าคุณภาพของหนังเรื่องนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะปล่อยผ่านออกมาสร้างได้ในปี 2026 ทั้งบทที่ไร้กิมมิกและไม่ชั้นเชิงในการเล่าเรื่องแม้แต่น้อย ผสมเข้ากับลีลาการแสดงนำโดดเด่นของนางเอกแถวหน้าที่เขายกตำแหน่งมาวางให้เฉย ๆ ดูเหมือนจะมีแค่เพียงท่าทางวิ่งอย่างเดียวกระมัง ที่หนังเรื่องนี้ทำออกมาได้น่าพอใจ ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง The Runner ประเภท: แอคชัน / ระทึกขวัญ ผู้กำกับ: เควิน แม็คโดนัลด์ นำแสดงโดย: กัล กาด็อต ความยาว: 85 นาที กำหนดฉายในไทย: 2 กันยายน 2026 (ที่ PrimeVideo) Movie.TrueID METRIC: The Runner ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.0/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.2/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰✰ (4.7/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.1/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.6/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰✰ (4.1/10) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

หวานใจในร้านขนม
ดู

หวานใจในร้านขนม

ราคี [Director’s Cut]
ดู

ราคี [Director’s Cut]

Weirdo-101 แรงโน้มถ่วงระหว่างเรา
ดู

Weirdo-101 แรงโน้มถ่วงระหว่างเรา

Wasteful Days of High School Girls
ดู

Wasteful Days of High School Girls

Tim
ดู

Tim

If I'd Kissed Her
ดู

If I'd Kissed Her

Last Cinderella
ดู

Last Cinderella

รีวิวหนัง "Boulevard ถนนแห่งความฝัน" อีกนิยายรักขึ้นจอ ละเลงด้วยโมเมนต์เคมีสตาร์ทติดยาก
อ่าน

รีวิวหนัง "Boulevard ถนนแห่งความฝัน" อีกนิยายรักขึ้นจอ ละเลงด้วยโมเมนต์เคมีสตาร์ทติดยาก

กลายเป็นว่าสงครามคอนเทนต์ฝั่งสเปน ดูเหมือนจะกลายเป็นประเทศส่งออกชิ้นงานหนังวัยรุ่นกลิ่นน้ำเน่า ที่หยิบเอาหยินรักออนไลน์มาขึ้นจอ เรียกได้ว่าแต่ละปีก็คลอดผลผลิตออกมาเกลื่อนจอสตรีมมิงหลากหลายเจ้าเต็มไปหมด ล่าสุดเป็นคิวของหนังรักวัยรุ่นสุดแสนจะดรามา...และเคล้าน้ำตา "Boulevard ถนนแห่งความฝัน" ที่มาละเลงชีวิตเลื่อนลอยแห่งวัยรุ่นที่ปะปนไปด้วยเสียงเพลงร็อกจากยุคก่อน ทั้งหวานเลี่ยนและเต็มไปด้วยเสน่หาเย้ายวนแบบวัยตั้งต้นแห่งฝัน เมืองใหม่ ชีวิตใหม่ และการพบเจอกับลุค เด็กหนุ่มผู้ชื่นชอบความตื่นเต้นท้าทายและถูกหลอกหลอนด้วยบาดแผลในอดีต แม้จะได้รับคำเตือนมากมาย แต่แฮสลีย์ก็ไม่อาจห้ามใจตัวเองไม่ให้เข้าใกล้เขาได้ บน เส้นทาง ของพวกเขา ทั้งคู่ได้ค้นพบความรักที่แสนจริงใจและอิสระ แต่เมื่ออดีตของลุคเริ่มกลับมาทำลายชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ แฮสลีย์ต้องเผชิญกับคำถามที่เจ็บปวดที่สุด...เราจะช่วยใครสักคนได้หรือไม่ หากเขายังไม่พร้อมได้รับการช่วยเหลือ? Boulevard ถนนแห่งความฝัน ก็มาพร้อมกับสูตรเดิม ๆ ที่คุ้นเคยดีในหมวดหนังสเปนที่โดดเด่นด้วยมาตรฐานระดับนี้มาตั้งแต่สมัยโควิดระบาด พวกเขามีสต็อกคอนเทนต์ทำนองนี้เต็มไปหมด สะท้อนให้เห็นถึงตลาดนิยายวัยรุ่นฝั่งละตินยังคงเฟื่องฟูได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อถูกหยิบนำมาสร้างเป็นหนัง ก็ใช่ว่า..ทุกเรื่องราวจะเหมาะเจาะกับการถูกนำมาละเลงสร้างเป็นหนังได้ทุกเรื่อง ในกรณ๊ของ Boulevard ก็อาจจะไม่ถึงขั้นว่าเป็นองค์ประกอบที่หละหลวมเกินไปที่จะขึ้นจอเป็นหนังได้ เพียงแต่ว่าน้ำหนักของมันอาจจะยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ผู้ชมถลำลึกตามได้ นอกจากจะเป็นแค่หนังวัยรุ่นดาดดื่นทั่ว ๆ ไป หนังก็ยังมาพร้อมกับวิธีการร้อยเรียงเรื่องแบบเดิม ๆ พยายามรักษาบรรยากาศการละเลียดความสัมพันธ์ของตัวละคร แต่น่าเสียดายที่ความผูกพันตัวละครยังไม่สามารถทำให้เราเชื่อได้ว่าพวกเขาจะคลิกกันขนาดนั้นได้อย่างรวดเร็ว พล็อตเรื่องก็คือสไตล์นิยายโดยแท้ คิดว่าน่าจะสนุกยิ่งกว่าเมื่อได้สัมผัสมันผ่านตัวหนังสือและชวนเกิดจินตนการระหว่างอ่าน แต่เมื่อกลายออกมาเป็นภาพที่แจ่มชัดขึ้น กลับมอบผลลัพธ์ที่ทำให้สัมผัสได้ว่า..ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาค่อนข้างเหลือจะเชื่อไปสักหน่อย และเส้นเรื่องก็เป็นแค่รักลูกกวาดทั่ว ๆ ไป ไม่มีความแปลกใหม่ ซ้ำยังลำเลียงไปแบบเนิบเช้า ช้าที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกผูกพันขึ้น การกำกับของ "ซอนย่า เมนเดซ" นักแสดงสาวสเปนที่ผันด้วยมาเป็นนักสร้างหนังด้วย เห็นได้ชัดว่าเธอใส่วิสัยทัศน์อย่างละเมียดละไมในการจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้อย่างบรรจง พยายามอย่างหนักหน่วงในการคลุมโทนความเป็นหนังโรแมนซ์ได้เต็มอณู มาพร้อมกับงานออกแบบโปรดักชันที่คลุกเคล้าเข้ากับอารมณ์ของหนังได้ใช้ได้ เรียกได้ว่าหนังมีหลาย ๆ ฉากที่คู่ควรกับการเป็นมีมประจำหนังได้สบาย ๆ เพียงแต่เพราะว่าบทหนังที่ยังขาดน้ำหนักเกินไป ก็ไม่ได้ช่วยส่งเสริมส่วนอื่น ๆ ได้อย่างเติมเต็มสักเท่าไหร่นัก หนังมีกิมมิกที่โดดเด่นด้วยการหยิบเอาเพลงร็อกดัง ๆ ในช่วงยุคปี 2000s มาเป็นองค์ประกอบเสริมในการช่วยเสริมชั้นเชิงให้กับหนัง ดูเหมือนจะเป็นท่วงท่าที่น่าสนใจ แต่เพลงร็อกในหนังรักเลี่ยน ๆ เป็นความคอนทราสที่อาจจะสุดโต่งไปสักหน่อย กลายเป็นว่าการเปิดเพลงร็อกความหมายดี ๆ เพื่อพยายามเชื่อมต่อความรักระหว่างตัวละครหลัก ผลลัพธ์ออกมาแค่...เกือบ เกือบจะใช่แล้ว กระทั่งเลือกเพลงร็อกที่เหนือหาความรักดี ๆ ผุดขึ้นมาประกอบ ยังเป็นส่วนผสมที่ยังรสชาติฝาดเล็กน้อย แต่ก็พยายามเกินเหตุไปสักหน่อย การประกบคู่กันของ 2 ดาราดาวรุ่ง "อีฟ ไรอัน" กับ "มิเกล นิโซ" ดูเหมือนว่าเคมีของพวกเขาจะเข้ากันพอได้อยู่ แต่บทหนังที่ไม่เข้าที่เข้าทางของหนัง ก็ไม่สามารถทำให้จุดประกายเคมีระหว่างทั้งคู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น การแสดงของพวกเขายังไม่ใช่ผลงานที่ดีเลิศอะไร เป็นแอคติ้งที่ยังสัมผัสว่าเป็นแอคติ้งตามหลักสูตร อีฟที่มีประสบการณ์เล่นหนังประเภทนี้มาก็มากมาย แต่กลับยังไม่สามารถขับเสน่ห์ออกมาได้อย่างเต็มที่ พลอยทำให้การช่วยดันมิเกลที่เพิ่งจะเดบิวต์เล่นหนังเรื่องแรกยังไม่เกิดผลสักเท่าไหร่ เขายังค่อนข้างใหม่กับหน้าที่นี้ และการแสดงที่ยังคงติดกับการตีความที่ยังไม่กลมกล่อมสักเท่าไหร่ ดังนั้นโดยภาพรวม Boulevard ถนนแห่งความฝัน ก็เป็นแค่เพียงอีกนิยายรักของสเปนที่ถูกนำมาขึ้นจอเป็นหนังรักดรามาแบบเห่ย ๆ ที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบขั้นพื้นฐาน ที่เกือบจะทำได้ไม่ถึงมาตรฐานด้วยซ้ำ เพราะเรื่องบางเรื่องก็อาจจะเหมาะกับการเป็นตัวหนังสือมากกว่า หนังยังค่อนข้างไร้เสน่ห์และขาดความน่าเชื่อถือในแง่การพัฒนาตัวละครต่าง ๆ ความเนิบช้าเกินไปในวิธีการเล่าเรื่องของหนังก็ทำให้ผลักไสคนดูออกจากเนื้อหาเรื่อย ๆ ยิ่งมาเจอบทหนังที่ขาดน้ำหนักและความเชื่อถือ ยิ่งทำให้หนังแทบไม่มีอะไรให้น่าจดจำเลยสักนิด แม้ว่าองค์ประกอบงานสร้างจะค่อนข้างดีใช้ได้ แต่หนังก็ยังค่อนข้างพังครื้นกับองค์ประกอบการแสดงที่คู่หลักไม่สามารถประคับประคองและสร้างเคมีให้เกิดประสิทธิภาพขึ้นได้เลย... ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Boulevard ถนนแห่งความฝัน ประเภท: ดรามา / โรแมนติก ผู้กำกับ: ซอนย่า เมนเดซ นำแสดงโดย: อีฟ ไรอัน, มิเกล เนโซ ความยาว: 112 นาที กำหนดฉายในไทย: 10 กรกฎาคม 2026 (ที่ PrimeVideo) Movie.TrueID METRIC: Boulevard ถนนแห่งความฝัน ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.1/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰✰ (4.6/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.2/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.0/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.1/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰✰ (4.0/10) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa